วิธีการเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุน

 
   1. วิธีการเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุน
          ผู้วิจัยต้องเสนอโครงการตามประกาศการขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัย สยาม โดยผู้วิจัยจะต้องยื่นเรื่อง ตามขั้นตอนดังนี้
           1.1 เสนอโครงการวิจัยต่อคณบดีที่สังกัด
           1.2 คณบดีต้นสังกัดเสนอโครงการวิจัยต่อไปยังรองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการ
เพื่อท่านอธิการบดีได้พิจารณา ก่อนมอบให้สำนักส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยจัดทำเป็นวาระนำเข้าสู่ที่ประชุม คณะกรรมการส่งเสริมการวิจัยต่อไป

   2. เอกสารประกอบการยื่นเรื่องเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุนอุดหนุนการวิจัย จากมหาวิทยาลัยสยาม ประกอบด้วย
           2.1 แบบยื่นเรื่องเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุนอุดหนุนจากมหาวิทยาลัยสยาม (สสพว.1)
           2.2 แบบฟอร์มเสนอโครงการวิจัย (สสพว.2)
           2.3 แบบเสนอชื่อที่ปรึกษางานวิจัย (สสพว.3)

  3. การเสนอชื่อที่ปรึกษางานวิจัย
       การเสนอชื่อที่ปรึกษางานวิจัย ผู้วิจัยจะต้องเสนอชื่อตามแบบฟอร์ม (สสพว.3) ระดับไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์อย่างน้อย 1 ท่าน เพื่อให้คณะกรรมการส่งเสริมการวิจัยคัดเลือก และแต่งตั้งจากคณะกรรมการส่งเสริมการวิจัยเห็นสมควร
       สำหรับที่ปรึกษางานวิจัยที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการส่งเสริมการวิจัย ทางสำนักส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยจะออกหนังสือเพื่อขอความอนุเคราะห์ในการ ประเมินงานวิจัยไปยังผู้ประเมินที่ได้รับการคัดเลือกในครั้งนี้พร้อมแจ้งให้ ผู้วิจัยทราบ

  4. กำหนดการรับสมัคร
       รับสมัครตลอดปี
  5. ข้อคิดและข้อแนะนำในการเขียนโครงการวิจัย
        ผู้วิจัยควรพิจารณาว่าโครงการวิจัยของท่านอยู่ในขอบเขตของแนวคิดตามนโยบาย การให้ทุนของมหาวิทยาลัยหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าท่านมีโครงการใหญ่ที่มีวงเงินขอการสนับสนุนสูงและหากเป็นไปตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้ โครงการของท่านจะได้รับการพิจารณาอยู่ในอันดับต้น
         5.1 เป็นโครงการที่มีความจำเป็น เร่งด่วน สำคัญ และต้องการคำตอบที่รวดเร็วสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศและความต้อง การในการแก้ไขปัญหาระยะสั้นหรือระยะยาวของประเทศ หรือสอดคล้องกับโครงการที่มหาวิทยาลัยกำหนด
         5.2 เป็นโครงการที่ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ (สหวิทยาการ) หรือเป็นการสร้างเครือข่ายเพื่อนาทรัพยากร บุคลากร และวัสดุครุภัณฑ์มาใช้ที่คุ้มค่าครบวงจร สามารถนาผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ได้เลยและไม่เกิดการวิจัยที่ซ้ำซ้อน
         5.3 เป็นโครงการที่มีความเป็นไปได้ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ประหยัดและสนองตอบความต้องการของมหาวิทยาลัยและประเทศ
         5.4 เป็นโครงการที่นำไปสู่การมีส่วนร่วมของท้องถิ่น ประชากรมีงานทำ มีอายุยืนยาว มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น
         5.5 เป็นโครงการที่เพิ่มผลผลิต / หารายได้เข้าประเทศ เป็นการกระจายรายได้และความเจริญสู่ชนบท หรือเป็นโครงการที่เพิ่มผลผลิต/หารายได้แก่หน่วยงานของผู้วิจัยหรือ มหาวิทยาลัย
        5.6 เป็นโครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เอกลักษณ์ และศิลปวัฒนธรรมไทย
        5.7 เป็นโครงการที่นำไปสู่ความเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
        5.8 เป็นโครงการที่พัฒนานำไปสู่ความเป็นนานาชาติ

6. ข้อแนะนำในการเขียนโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุน
         ข้อควรพิจารณาและคำนึงถึงในการเขียนโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุน ดังนี้
        6.1 ศึกษานโยบาย วัตถุประสงค์ และงบประมาณของแหล่งทุนเพื่อทราบภาพรวมและทิศทางการสนับสนุนการวิจัยว่าตรง กับความประสงค์ในการทำวิจัยของท่านหรือไม่
        6.2 เสนอโครงการวิจัยตามแบบเสนอโครงการที่แหล่งทุนกำหนด
        6.3 เขียนโครงการให้ชัดเจนในทุกหัวข้อที่กำหนดในแบบเสนอโครงการ
        6.4 ชื่อโครงการวิจัย วัตถุประสงค์ หรือจุดมุ่งหมาย สมมติฐาน ระเบียบวิธีการวิจัย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการวิจัย งบประมาณ และมีการกำหนดตัวชี้วัดผลสำเร็จของโครงการคืออะไร ขอให้เขียนอย่างชัดเจน
        6.5 โครงการวิจัยที่มีผู้ร่วมวิจัยด้วย ขอให้ระบุประวัติโดยย่อ และให้ผู้ร่วมวิจัยลงลายมือ ชื่อไว้ในแบบขอทุนด้วย
        6.6 โครงการใดที่ใช้แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ หรือแบบสังเกตการณ์ ให้แนบตัวอย่างหรือร่างแบบดังกล่าวมาประกอบหรือในโครงการด้วย
        6.7 โครงการที่เป็นโครงการต่อเนื่องจากที่ได้รับทุนในปีก่อนต้องแนบรายงานความ ก้าวหน้างานวิจัยที่ดำเนินการตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงขณะที่ขอทุนมาพร้อมใน โครงการด้วย
       6.8 เมื่อท่านเขียนเค้าโครงการวิจัยเสร็จแล้ว ควรปรึกษาผู้ร่วมวิจัย ถ่ายทอดความคิดเห็นในรายละเอียดโครงการให้มีความเข้าใจตรงกันและไว้ใจกันใน กลุ่มผู้ร่วมวิจัย รวมทั้งมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน
       6.9 ควรมีเครือข่ายนักวิจัยในสาขาเดียวกัน เพื่อพึ่งพาด้านความรู้และอุปกรณ์เพื่อร่วมมือกันศึกษาวิจัยให้ได้ประโยชน์ ร่วมกันไม่เป็นการวิจัยซ้ำซ้อน เพื่อประหยัดงบประมาณ
       6.10 นักวิจัยควรรู้ว่าวงเงินหรืองบประมาณที่แหล่งทุนสามารถให้การสนับสนุนได้ เพื่อจักได้ประมาณขนาดของงานวิจัยได้ และมีความเชื่อมั่นในผลสำเร็จของโครงการ
       6.11 นักวิจัยควรรู้นโยบาย วิธีการ หรือหลักเกณฑ์การพิจารณาของแหล่งทุน เพื่อจะได้ดำเนินงานวิจัยตามจุดมุ่งหมายของแหล่งทุน และมีโอกาสได้รับการสนับสนุนมากขึ้น
       6.12 ที่สำคัญนักวิจัยจะต้องส่งโครงการไปยังแหล่งทุนให้ทันเวลาตามที่แหล่งทุนกำหนด

7. ขั้นตอนการพิจารณาจัดสรรทุน
     กรณีที่ผู้วิจัยประสงค์จะขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยสยามจะต้อง ยื่นเอกสารต่อสำนักส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย ดังต่อไปนี้
       7.1 เสนอโครงการวิจัยต่อคณบดีที่สังกัด
       7.2 คณบดีต้นสังกัดเสนอโครงการวิจัยต่อไปยังรองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการ เพื่อท่านอธิการบดีได้พิจารณา ก่อนมอบให้สานักส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยจัดทำเป็นวาระนำเข้าสู่ที่ประชุม คณะกรรมการส่งเสริมการวิจัยต่อไป
       7.3 ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการวิจัยคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อประเมินโครงการ วิจัยเรื่องดังกล่าว
       7.4 สำนักส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยนัดผู้วิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิ ประชุมร่วมกัน ณ มหาวิทยาลัยสยาม เพื่อหารือและปรับโครงการวิจัยในเรื่องดังกล่าว พร้อมลงนามร่วมกัน
        7.5 สำนักส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย เสนอผลสรุปการประชุมหารือและปรับโครงการวิจัยในเรื่องดังกล่าวร่วมกัน ระหว่างผู้วิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ท่านอธิการบดีทราบ พร้อมเสนอขออนุมัติงบประมาณวิจัยงวดแรกให้กับผู้วิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิ
        7.6 ผู้วิจัยดำเนินการวิจัยและหารือร่วมกันกับผู้ทรงคุณวุฒิ ตลอดการวิจัยเพื่อให้การวิจัยบรรลุผลและตีพิมพ์ในวารสารที่มหาวิทยาลัยยอมรับ โดยมีชื่อของผู้วิจัยและชื่อผู้ทรงคุณวุฒิตีพิมพ์ร่วมกัน
        7.7 เมื่อดำเนินการวิจัยเสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ผู้วิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิจะได้รับเชิญมานำเสนอผลงานวิจัยต่อที่ประชุมคณะ กรรมการส่งเสริมการวิจัย เพื่อสรุปผลงานวิจัยในขั้นสุดท้ายร่วมกัน
        7.8 กรณีที่ประชุมเห็นชอบต่อผลงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ดังกล่าว ทางสำนักส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย จะดำเนินการเบิกจ่ายเงินทุนอุดหนุนการวิจัยงวดสุดท้ายให้กับผู้วิจัยและ ผู้ทรงคุณวุฒิ
        7.9 กรณีโครงการวิจัยไม่ได้รับการเห็นชอบจากที่ประชุม สำนักส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย จะแจ้งให้ผู้วิจัยทราบพร้อมเหตุผล/ข้อเสนอแนะ

8. วิธีการพิจารณาประเมินโครงการวิจัย
         มหาวิทยาลัยมีการพิจารณาประเมินโครงการวิจัยที่เสนอขอทุนโดยการแต่งตั้งคณะ กรรมการพิจารณาจัดสรรทุนวิจัยขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วย อธิการบดี เป็นประธาน รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้อำนวยการสานักส่งเสริมและพัฒนางานวิจัย และคณะกรรมการส่งเสริมการวิจัย พิจารณา สรรหาผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภายนอกมหาวิทยาลัยเพื่อเป็น ผู้ประเมินโครงการ
9. หลักเกณฑ์การประเมินโครงการวิจัย
         หลักเกณฑ์การประเมินโครงการพิจารณาจากคุณค่าทางวิชาการประโยชน์ที่จะได้รับ ศักยภาพ และความสามารถของนักวิจัย ความเป็นไปได้ของโครงการ ผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบ และความเหมาะสมของงบประมาณ โดยมีเกณฑ์การประเมินดังนี้
         9.1 ความคิดริเริ่มด้านวิชาการ และหัวข้อ/ประเด็นปัญหาที่จะศึกษา
         9.2 ความเหมาะสมของวัตถุประสงค์สอดคล้องกับหัวข้อที่ศึกษาและมีความชัดเจน
         9.3 กระบวนการวิจัย
                  9.3.1 มีขั้นตอนการวางแผนการวิจัยที่ชัดเจนวางขอบเขตการวิจัยวิธีการเก็บ ข้อมูล การเลือกตัวอย่าง/กลุ่มประชากรที่ใช้อย่างเหมาะสม
                  9.3.2 ระเบียบวิธีการวิจัย สถิติที่ใช้ในการวิจัย จำนวนตัวอย่าง/ประชากรที่ใช้ ในการวิจัยที่เหมาะสมและแปรผลได้อย่างถูกต้อง เชื่อถือได้
                    9.3.3 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับของโครงการ/หรือสัมฤทธิ์ผลที่ได้มีตัวชี้วัด ชัดเจนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไรบ้าง
                    9.3.4 ความถนัดหรือประสบการณ์ของผู้วิจัยและความสอดคล้องของโครงการ
                    9.3.5 ความเป็นไปได้ของโครงการมีสูงและเห็นผลสำเร็จความเหมาะสมของ งบประมาณ การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์การวิจัย
                    9.3.6 ระยะเวลาและแผนงานการดาเนินการที่กำหนดว่าจะแล้วเสร็จ

10. การอนุมัติและเบิกจ่ายเงินทุน
           เมื่อคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรทุนให้ความเห็นชอบโครงการและเสนออธิการบดีอนุมัติโครงการและงบประมาณแล้ว จะดำเนินการดังนี้
          10.1 หมวดค่าตอบแทน
                   10.1.1 ค่าตอบแทนนักวิจัย จำนวน 24,000 บาท (สองหมื่นสี่พันบาทถ้วน) แบ่งจ่ายเป็น 3 งวด คือ งวดที่ 1 จ่ายให้เป็นเงิน จำนวน 8,000 บาท (แปดพันบาทถ้วน) เมื่อมีการทำสัญญารับทุนแล้ว
          งวดที่ 2 จ่ายให้เป็นเงิน จานวน 8,000 บาท (แปดพันบาทถ้วน) เมื่อรายงานความก้าวหน้าในการจัดทำแบบสอบถามหรือโมเดลการทดลองหรือเทียบเท่า และแผนการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านความเห็นชอบจากที่ปรึกษาโครงการแล้ว
          งวดที่ 3 จ่ายให้เป็นเงิน จำนวน 8,000 บาท (แปดพันบาทถ้วน) เมื่อผู้รับทุนได้ดำเนินการวิจัยเสร็จสมบูรณ์พร้อมตีพิมพ์บทความวิจัยร่วม กับที่ปรึกษาโครงการวิจัย ลงวารสารระดับชาติหรือนานาชาติและได้ส่งหลักฐานดังต่อไปนี้ 1) งานวิจัยฉบับสมบูรณ์จานวน3 เล่ม จัดรูปแบบตามสานักส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยกำหนด 2) วารสารฉบับจริงที่ตีพิมพ์บทความวิจัยระดับชาติหรือนานาชาติจำนวน 1 เล่ม สำเนาเฉพาะเรื่อง 3 ฉบับ 3) แผ่นบันทึกข้อมูลงานวิจัยฉบับสมบูรณ์และบทความวิจัย จำนวน 1 แผ่น และ 4) สรุปค่าใช้จ่ายการดำเนินการวิจัยตามรูปแบบ สสพว. 9
                   10.1.2 ค่าตอบแทนที่ปรึกษาโครงการวิจัย แบ่งจ่ายเป็น 2 งวด คือ
           งวดที่ 1 จ่ายให้เป็นเงิน จานวน 3,500 บาท (สามพันห้าร้อยบาทถ้วน) เมื่อตรวจสอบเค้าโครงวิจัย และเครื่องมือวิจัยแล้ว งวดที่ 2 จ่ายให้เป็นเงิน จำนวน 3,500 บาท (สามพันห้าร้อยบาทถ้วน) เมื่อผู้รับทุนได้ดาเนินการวิจัยเสร็จสมบูรณ์พร้อมตีพิมพ์บทความวิจัยลง วารสารระดับชาติหรือนานาชาติ โดยบทความวิจัยนั้นจะต้องตีพิมพ์ร่วมกันระหว่างผู้รับทุนและที่ปรึกษาโครงการวิจัย
                   10.1.3 ค่าตอบแทนนักศึกษาผู้ช่วยงานวิจัย
       ผู้ให้ทุนจ่ายให้ผู้รับทุนเป็นเงิน จานวน 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน) เมื่อมีการทำสัญญารับทุน จัดทำแบบสอบถามหรือโมเดลการทดลองหรือเทียบเท่า และผ่านการอนุมัติจากที่ปรึกษาโครงการแล้ว พร้อมทั้งจัดทำรายงานการช่วยงานวิจัยของนักศึกษา เพื่อบันทึกผลงานลง Transcript
          10.2 หมวดค่ำใช้สอย
       ดำเนินการเบิกจ่ายให้เมื่อมีการทำสัญญารับทุนโครงการวิจัยที่ผ่านการอนุมัติ
          10.3 หมวดวัสดุและคุรุภัณฑ์
      ผู้ให้ทุนจ่ายให้ผู้รับทุนเมื่อมีการทำสัญญารับทุนและผู้รับทุนได้จัดทำแบบ สอบถามหรือโมเดลการทดลองหรือเทียบเท่า และผ่านการอนุมัติ
11. หลักฐานในการส่งเพื่อเบิกจ่ายเงินทุนวิจัยงวดสุดท้าย
          11.1 งานวิจัยฉบับสมบูรณ์ปกแข็งสีน้ำเงิน จำนวน 3 เล่ม
          11.2 วารสารฉบับจริงที่ตีพิมพ์บทความวิจัยระดับชาติหรือนานาชาติจำนวน 1 เล่ม และสำเนาเฉพาะเรื่อง 3 ฉบับ
          11.3 แผ่นบันทึกข้อมูลงานวิจัยฉบับสมบูรณ์และบทความวิจัย จำนวน 1 แผ่น
          11.4 สรุปค่าใช้จ่ายการดำเนินการวิจัยตามรูปแบบ สสพว.9
12. การติดตามและประเมินโครงการวิจัย
          12.1 ผู้วิจัยดำเนินการวิจัยและหารือร่วมกันกับผู้ทรงคุณวุฒิตลอดการวิจัย เพื่อให้การวิจัยบรรลุผลและตีพิมพ์ในวารสารที่มหาวิทยาลัยยอมรับ โดยมีชื่อของผู้วิจัยและชื่อผู้ทรงคุณวุฒิตีพิมพ์ร่วมกัน
          12.2 เมื่อดาเนินการวิจัยเสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ผู้วิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิจะได้รับเชิญมานำเสนอผลงานวิจัยต่อที่ประชุมคณะ กรรมการส่งเสริมการวิจัย เพื่อสรุปผลงานวิจัยในขั้นสุดท้ายร่วมกัน

Announcement 1

Announcement 2

Announcement 3

Department of Information Technology by Siam University